Jeasada's profileเคารพ ให้เกรียติ์ และ ซ...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    May 29

    เตือนภัย

       ด้วยความเป็นห่วงเพื่อน ๆ พี่ ๆ ทุกคน โดยเฉพาะผู้หญิง  หมวยมีประสบการณ์ภัยใกล้ตัวที่น่ากลัวและเมื่อนึกขึ้นทีไร

    ก็เป็นเรื่องน่ากลัวในจิตใจทุกที  จึงอยากจะมาเล่าประสบการณ์ให้ได้รู้และได้ระวังกัน  ในความชั่วร้ายของรถ Taxi  

    เรื่องมีอยู่ว่า

     

                คืนวันพุธที่ 30 เม.. 2551 ที่ผ่านมา  หมวยไปยืนรอรถ taxi  ที่หน้าสนามกีฬาแห่งชาติ (ข้าง MBK)

    เวลาประมาณ 4 ทุ่มกว่า ๆ  หมวยยืนรอ taxi อยู่นานมากๆๆ แต่ก็ไม่มี taxi คันไหนไปซักคัน (หมวยจะไปปิ่นเกล้า)

    ซักพักก็มี taxi (ยี่ห้อ toyota soluna รุ่นเก่า สีฟ้า ถ้าจำไม่ผิด)  วิ่งมาจอดตรงหน้า  และมันก็รับหมวยขึ้นรถไปโดยเส้นทาง

    ที่มันพาเราไปก็คืน วิ่งตรงไปตรงสะพานยศเส  แล้วก็เลี้ยวขวาผ่านตรงตลาดโบ๊เบ๊  ก็นึกในใจว่าเราเป็นผู้หญิงคนเดียว

    ขึ้น taxi1 ดึก ๆ คนเดียวก็อันตรายเหมือนกันนะ (นึกถึงเรื่องที่เคยอ่าน mail ว่ามีคนถูก Taxiรมยาสลบ และล่าสุด

    น้องอุ๋ม (เพื่อนที่ทำงานปัจจุบัน) นั่ง taxi ตอนกลางวันแล้วเจอ taxi มันเร่งเครื่องยนต์ขณะรถติดก็อาจเป็นได้ว่า

    มันกำลังคิดการไม่ดี  น้องอุ๋มก็เลยลงรถ )  ก็เลยหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรหาแฟน  ก็บอกแฟนว่า 'ขึ้นรถ taxi แล้วนะ

    อีกประมาณครึ่งชั่วโมงคงถึงบ้านแล้วล่ะ' ในใจก็หันไปมอง กท รถที่เคยเห็นในรถ taxi ทั่วไปมี

    จะบอกแฟนว่าขึ้นรถ taxi กท อะไร  ก็เห็นแค่ว่า ' ทพ ' แต่ไม่มีเลยทะเบียน  ก็เริ่มเอะใจ

    1 อย่างแล้ว  แล้วในขณะที่หมวยพูดกับแฟน  ไอ้คนขับ taxi ชั่ว มันก็เหมือนสะดุ้งตกใจ แล้วก็หันมามองเรา 

    ซึ่งขณะนั้น taxi วิ่งผ่านตรงตลาดโบ๊เบ๊  พอรถเลี้ยวซ้ายเข้าตรง ธ.กรุงไทยสะพานขาว เพื่อที่จะมุ่งหน้าตรงไป

    สะพานผ่านฟ้า (ราชดำเนิน)  ไอ้ taxi มันก็หันมามองหมวยอีกที  แล้วมันก็หันกลับไป ทันใดนั้นมือที่มันจับที่เกียร์

    รถยนต์ก็เหลือแค่ 3 นิ้ว (กลาง นาง ก้อย) ส่วนอีก 2 นิ้ว (นิ้วชี้กับนิ้วโป้ง) มันไปกดอะไรบ้างอย่างที่เป็นเหมือนช่องแอร์พิเศษ

    ที่รถ taxi คันอื่น ไม่มี (เท่าที่เคยสังเกตได้)แล้วมันก็เร่งแอร์ขึ้น เราเห็นพฤติกรรมมันเราก็เริ่มเตรียมตัวแล้วว่าอาจจะเกิดอะไรขึ้น

     หลังจากนั้นไม่นาน เท่าที่จำความได้ประมาณ 1นาทีผ่านไป ก็รู้เลยว่าถูกไอ้ taxi ชั่วมันรมยาสลบแน่ๆ ความรู้แรกเลยคือ

    ความชามันเริ่มมาจากตรงท้อง ไล่มาตรงหน้าอก และสุดท้ายที่จำความรู้สึกได้คืนรู้สึกหน้ามืด หายใจไม่ออก แน่นหน้าอก

    หายใจถี่ เหมือนจะหมดสติ ในทันใดแต่ก็ตั้งสติได้ก็บอกไอ้คนขับว่าให้จอดข้างหน้าเลย (ก่อนที่จะบอกคนขับให้จอด

    มือก็เปิดล็อกประตูแล้วก็ที่จะบอกมัน)

    แล้วมันก็ชะลอรถแล้วถามว่าทำไม หมวยก็บอกว่า ' จอดแล้วกัน หายใจไม่ออก ถ้าไม่จอดจะกระโดดลงแล้วนะ'

    มันก็ไม่ถึงกับจอดสนิท แต่หมวยก็ดันประตูรถออกมาแล้วก็กึ่ง ๆ กระโดดลงออกมาจากรถ   และจากสติที่ใกล้จะหมดแล้ว

    ได้ยินมันพูดว่า ' จะลงทำไมล่ะครับ ผมไม่ได้ทำไรคุณนะ แอร์รถผมก็เย็น' แล้วก็เหมือนได้ยินมันทวงค่า taxi ก็เลยโยนให้

    มัน จำได้ว่า 50 บาท (ทุกคนที่ฟังเราเล่าบอกว่าไปให้มันทำไม)  ในขณะที่กระโดดลงรถ  ก็ลงมานั่งยองๆ เพื่อตั้งสติ

    มองเห็นอีกทีก็เห็นตัวเองอยู่กลางสี่แยกหลานหลวง และฝั่งตรงข้ามที่ลงมีป้อมเล็ก ๆ ที่ตอนแรกคิดว่าเป็นป้อมตำรวจ

    ก็แข็งใจวิ่งข้ามทางม้าลายไปตรงป้อมนั้น ปรากฎว่าเป็นแค่ป้อมจราจรที่ไม่ตำรวจอยู่เลย  และแล้วก็มีชายคนนึงเดินผ่านหน้า

    ก็ร้องให้เค้าช่วย เค้าก็เข้ามาถามว่าเป็นอะไร  ก็เล่าเหตุการณ์ให้เค้าฟัง เค้าก็นั่งเฝ้าเราซักฟักจนเราเริ่มมีสติ หมวยก็กด 191

     ก่อนเลยเป็นอันดับแรก ไม่ต้องหวังเลยค่ะว่าจะโทรติด  แต่ในขณะนั้นร่างกายอ่อนแรงมาก ๆ ผู้ชายคนนั้นก็เลยบอกว่า

    โทรหาแฟนคุณดีกว่าไม๊ ผมจะรอเป็นเพื่อน (จริง ๆ แล้วผู้ชายคนนั้นก็หน้าตาน่ากลัวเหมือนกัน)  ก็เลยโทรหาแฟน

    แฟนก็บอกให้พ่อของแฟนมารับกลับบ้าน (บ้านพ่อแฟนอยู่โบ๊เบ๊) ในระหว่างรอพ่อแฟนมารับ ผู้ชายคนนั้นเค้าก็รอเป็นเพื่อนนะ

    แล้วก็บอกให้หมวยไปรอตรงที่คนเยอะ ๆ สว่าง ๆ แต่จะบอกว่าแถวนั้นเป็นบริเวณที่เปลี่ยวมาก ๆ เพราะเป็นย่านค้าขาย

    ทุกคนปิดบ้านหมดและเงียบสนิท ดีหน่อยก็เพราะว่ายังมีรถวิ่งพลุกพล่าน  แต่ก็ไม่มีอะไรดีกว่าไปยืนริมถนน ก็เลยไปยืน

    ให้ใกล้ริมถนนที่สุดซึ่งมีรถวิ่งผ่านไปมา  ในใจก็แอบกลัวผู้ชายคนที่นั่งอยู่ด้วย พอมีสติก็เลยบอกเค้าว่าไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวรอพ่อ

    มารับกลับบ้านแค่ 15 นาทีพ่อก็มาถึง  แล้วผู้ชายคนที่เค้ารอเป็นเพื่อนเค้าก็เดินจากไปแล้วก็ยืนรอดูเราอยู่ไกล (เหมือนเค้าจะรีบไป

    แต่เค้าก็ยังรอดูเราก่อนด้วยความเป็นห่วง เราคิดไปเองว่าเค้าอาจไม่ดี) 

                พ่อแฟนก็รับกลับบ้าน แล้วก็กะว่าจะพาไปแจ้งความที่ สน.นางเลิ้ง (พื้นที่เกิดเหตุ)

    แต่สภาพหมวยตอนนั้นก็แย่มาก เพราะเหลือแค่สติอันน้อยนิด ส่วนร่างกายหมดแรงไปเลย

    และในที่สุดก็ไม่ได้ไปแจ้งความ  เพราะหมวยก็จำ กท.รถไม่ได้เลย

     

                เช้าวันที่ 2 เมษายน เปิดทำงานหลังจากหยุดวันแรงงานไป 1 วัน  ก็ได้มาเล่าเหตุการณ์ให้เพื่อน ๆ พี่ ๆ ที่ทำงานฟัง 

    ทุกคนลงความเห็นว่าให้ไปแจ้งความ  เพราะอาจมีวงจรปิดบริเวณแถวสี่แยกก็ได้ ก็กะว่าตอนเย็นจะไป    พอตกเย็นก็นั่งเขียน

    เรื่องเตือนภัยนี้ กะว่าจะส่งให้เพื่อน ๆ พี่ๆ ที่รู้จักอ่านเพื่อเป็นอุทาหรณ์สอนใจ    นายที่อยู่ในห้องได้ฟังเรื่อง

    ก็เลยอาสาพาไปแจ้งความ นายบอกว่ารู้จักกับรอง ผกก. ก็เลยไปแจ้งความในเย็นวันนั้น

    ก็เล่าเหตุการณ์ให้รอง ผกก.ท่านนั้นฟัง  ท่านก็ให้ร้อยเวรทำการบันทึกประจำวันไว้ให้ 

    แล้วในขณะนั้นท่านก็เล่าให้ฟังว่ามีคนมาแจ้งความเรื่องแบบนี้บ่อยในช่วงนี้  ซึ่งก็เป็น taxi

    ที่รับผู้โดยสารจากบริเวณเดียวกัน  ท่านก็เห็นว่าเรื่องของหมวยน่าจะเป็นประโยชน์กับ

    คนอื่น  ท่านก็เลยต่อสายโทรศัพท์ไปยัง สถานีวิทยุรายการ สวพ.91  เพื่อที่จะให้หมวยเล่า

    ประสบการณ์ออกรายการวิทยุ  แต่พอดีวันนั้นฝนตกและการจราจรติดมาก ๆ เค้าไม่มีช่วง

    เวลาให้ออกรายการ  ก็เลยไม่ได้เล่า  ท่านก็เล่าว่าน่าเสียดายที่หมวยไม่ได้ไปแจ้งความตั้งแต่

    วันที่เกิดเหตุ  เพราะถ้ามาแจ้งความก็อาจจะพาไปตรวจร่างกายว่า ยาสลบที่คนร้ายใช้ เป็น

    ยาสลบประเภทไหน จะได้เป็นข้อมูลให้ตำรวจต่อไป  (เพราะยาสลบที่คนร้ายใช้ หมวยรู้สึกได้เลยว่ามันเร็วมาก

    หลังจากที่มันเอื้อมมือไปกดยาประมาณแค่ไม่ถึง 1 นาที หมวยก็หมดแรงแล้ว ไม่อยากคิดต่อเลยว่า ถ้าหมวยตัดสินใจ

    ช้ากว่านั้น ไม่ตัดสินใจที่จะกระโดดลงมาก็คงหมดสติไปในทันใดแน่เลย) 

                ก็เลยแอบเป็นห่วงเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ที่รู้จัก และช่วยบอก ๆ ต่อๆ เพื่อจะได้เป็น

    ข้อเตือนภัยให้กับคนรู้จักต่อไป  (เพราะที่หมวยรอดมาได้ก็เพราะจาก mail ที่ได้รับมา

    ในทำนองนี้ที่เคยได้อ่านเหมือนกัน)

                ข้อสังเกตและข้อควรระวัง

    1.   ถ้าไม่จำเป็นอย่าขึ้น taxi คนเดียว  แต่ถ้าจำเป็นโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ก็ให้โทรหารคนรู้จัก

    แล้วก็บอกเลข กท taxi ที่เราขึ้นให้เค้าได้รู้ 

    2.   จากสถิติที่ได้นั่งคุยกับตำรวจ  ถ้าเป็น taxi เก่าก็ควรระวัง และให้สังเกตป้าย

    กท. บนรถ ถ้าไม่มีให้พึงระวังว่าไม่ควรขึ้น

    3.   จากการสังเกตเอง taxi ต้องสงสัยจะมีช่องแอร์พิเศษ อยู่บริเวณใกล้ ๆ เกียร์

    เพื่อเวลาเค้ากดยาแล้ว เราจะได้ไม่ทันสังเกต

    4.   ขณะนั่งรถอยู่ถ้าคนขับมีปรับเร่งแอร์ หรือเร่งเครื่องยนต์ (ขณะที่รถติด)  ให้ตั้งเป็นข้อสังเกตไว้ว่าไม่น่าไว้วางใจ

     

    May 28

    คำว่าให้กับการใช้ชีวิต

    เราทุกคนคงปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่เคยรับ
     
    ทุกคนล้วนเคยได้รับ จากการให้ด้วยกันทั้งนั้น
     
    แต่รู้ไหมว่ากราให้จากสิ่งใดน่ากลัวที่สุด
     
    นั้นก็คือการให้จาก
     
    ชีวิตของเราเอง
     
    ชีวิตของเราให้เราทุกอย่างใด้
     
    แต่ในที่สุดทุกอย่างที่ชีวิตเราให้มา
     
    ก็จะถูกทวงคืนไปจนหมด
     
    ไม่ว่าจะเป็นชื่อเสียง เกรียติ์
     
    เมื่อชีวิตเราจากไปนานๆ
     
    ผู้คนก็จะต่างพากันลืมเรา
     
    ดังนั้น
     
    ช่วงที่เรามีชีวิตอยู่
     
    ควรตักตวงการให้ที่มีค่าก่อนจะถูก
     
    ขอคืน
     
    ชีวิตคนเรายังไม่มีใครพิสูจได้
     
    ว่าเกิดได้กี่ครั้ง
     
    แต่สิ่งที่แน่นอนคือเกิดแล้วต้องตาย
     
    แต่ไม่รู้จะได้เกิดหรือเปล่า
     
    ดังนั้น
     
    จงใช้ชีวิตให้คุ้มค่า และ ลองในสิ่งที่ไม่เคย
     
    เพื่อการเกิดจะได้ไม่เสียเปล่า
     
    May 05

    .........copy......มา

    "ความรัก" ไม่ใช่การถือสิทธิ์เอาตัวเองเข้าไปอยู่ในชีวิตเขา แต่ "ความรัก" คือการให้สิทธิ์เขามาอยู่ในชีวิตเรา

    ฉันเคยคิดว่าฉันมีสิทธิ์ในตัวเขา โกรธ..ถ้าเขาไม่โทรมา..งอน..ถ้าเขาผิดนัด..โมโห..ถ้าเขาไม่บอกว่าหายไปไหนมา..และอยากรู้ไปซะทุกเรื่องของเขาแล้วฉันก็พบว่า..ฉันเป็นนังบ้า..นั่งเป็นทุกข์อยู่คนเดียว
    ก็ในเมื่อฉันไม่ได้คลานตามเขามา..ไม่ได้เห็นเขามาตั้งแต่เกิด

    เวลาตาย..ก็แยกกันตาย..
    ชีวิตเราไม่ไช่โรมิโอจูเลียต แล้วทำไม..โลกของเขา..เราต้องเข้าไปวุ่นวายให้เสียรูปทรง
    โลกส่วนตัวที่เขาเก็บไว้..เราทำตัวเป็นขโมยแอบย่องเข้าไป มันไม่รู้สึกดีเท่า..เขายอมไขกุญแจเชิญเราเข้าไปชมเองหรอก
    เมื่อฉันคิดได้..ฉันก็ตกลงใจที่จะรู้จักเขาเท่าที่เขาอยากให้รู้จักแต่ฉันก็ยินดีเสียเต็มประดา..ที่จะให้เขามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตฉันเพราะฉันรักเขานี่..ฉันก็ต้องยอมแล้วล่ะ..
    ที่ชีวิตตัวเองจะวุ่นวายเพิ่มขึ้นโดยคนอีกคน
    ถ้าเธอมีความรัก..เธอน่าจะรู้ว่ามันทำให้ชีวิตเรายุ่งเหยิงขึ้นแค่ไหน
    ..แต่เราก็ชอบ..

    เขารักเรา..
    เขาต้องคิดเองว่าเขาต้องทำหน้าที่ให้รักยังไง

    ฉันว่า..เราทุกคนมีความคิดเป็นของตัวเอง
    ไม่มีใครคิดแทนใครได้..และไม่มีใครแก้ปัญหาด้วยวิธีของใคร
    ฉันเป็นคนที่ไม่เคยฟังคำพูดของใคร..
    จะตัดสินใจด้วยความคิดตัวเอง
    เหมือนการตัดสินใจเลือกใครมาเดินข้างๆ ด้วย
    ความรัก..มันจะบอกเราเอง..ว่าเราควรปฏิบัติยังไงกับคนที่รัก
    ทุกคน..คงไม่มีใครอยากทำให้คนที่เรารักเสียใจ..
    เมื่อไหร่ที่ฉันแน่ใจว่าฉันเลือกแล้ว..
    นั่นหมายถึง..ฉันยอมรับได้ในความเป็นเขา..ฉันเชื่อมั่นในตัวเขา
    ฉันเคยคิดคาดหวัง..ว่าเขาควรจะปฏิบัติกับฉันยังไง..แล้วฉันก็ผิดหวัง
    มานั่งคิดว่า..ทำไมเขาไม่ทำอย่างนั้นกับเราบ้าง..
    ทำไมคู่เราไม่เป็นอย่างคู่นั้นบ้าง
    ฉันน่าจะถามตัวเองมากกว่า..ว่า..แล้วฉันเลือกเขาทำไม
    ถ้าฉันรักเขาจริง..ฉันน่าจะคิดแค่ว่า..
    ฉันจะปฏิบัติกับเขายังไงให้สมกับที่ฉันรักเขา
    ทำหน้าที่นั้นให้ดีที่สุด
    ส่วนเขาจะคิดยังไง..เป็นหน้าที่ที่เขาต้องคิดเอง

     ถ้าเขารักเรา..เขาจะต้องคิดได้เองว่าควรหรือไม่ควรทำอะไร
     
    ถ้าเขาคิดเองไม่ได้..ก็คิดซะว่า
    เราเลือกคนโง่มาเดินด้วย..ก็เท่านั้นเอง