Jeasada's profileเคารพ ให้เกรียติ์ และ ซ...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    August 24

    เคยอ่านกันยัง - ความรัก กะ รองเท้าที่ไม่พอดี (ชอบอ่ะ)

    วันหนึ่ง .........ฉันอยากได้รองเท้า ฉันเดินเข้าไปในร้านที่มีรองเท้าหลากสี-หลายแบบวางเรียงรายร้ า น แ ล้ ว ร้ า น เ ล่ า  แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะได้รองเท้าถูกใจกลับไปด้วยแม้แต่คู่เดียว
            เลือกแล้ว______________   เลือกอีกจนในที่สุดก็มาหยุดอยู่หน้ากระจกร้านหรูแห่งหนึ่ง  รองเท้าส้นสูงสีส้มคู่นั้นสะท้อนเงาเฉิดฉายผ่านกระจกออกมาแตะตาฉันตั้งแต่แรกเห็น
            มันช่างเป็นรองเท้าที่สวยจนอยากมีไว้ประดับคู่เท้าในทุกย่างก้าว
    โดยไม่รอรี......ฉันเดินตรงลิ่วเข้าไปหามัน แม้ป้ายราคาเล็ก-เล็กที่ติดเอาไว้จะบอกราคาที่ไม่เล็กนักแต่ฉันไม่ลังเลสักนิดเดียวที่จะจ่ายเงินจำนวนนั้นออกไปเพื่อให้ได้รองเท้าที่ถูกใจที่สุดในวันนี้
            'แน่นนิดนึงนะคะ...มีคู่ใหม่ที่ใหญ่กว่านี้มั้ย'
            ฉันถามพนักงานขายขณะที่กำลังพยายามสอดเท้าลงไปในรองเท้าคู่สวยให้พอดี แล้วพบว่ามันพอดิบ-พอดีจนขยับเท้าไม่ได้
            'ไม่มีหรอกค่ะ...เรามีแบบละคู่เท่านั้น รับรองว่า ใส่??ล้วไม่ซ้ำแบบใคร'
            พนักงานขายเสนอข้อได้เปรียบในการซื้อสินค้า
            'แต่ดิฉันว่าใส่แล้วก็พอดีนะคะ เผื่อมันยืดออกอีกนิดหน่อย'
            เธอยังคงเสนอต่อเมื่อเห็นแววตาที่ฉันชื่นชมสินค้าของเธอ
     - - เย็นวันนั้นฉันกลับบ้านด้วยรอยยิ้มกรุ่นพร้อมกับรองเท้าคู่สวยที่อยู่ในมือ - -
    ฉันจัดแจงโยนรองเท้าผ้าใบคู่เก่าที่ใส่มาแรมปีทิ้งไป อย่างไม่แยแส
           วันรุ่งขึ้น ..............ฉันออกเดินด้วยรองเท้าคู่ใหม่อย่างเฉิดฉาย
    ยิ่งมีใครต่อใครชมว่ามันสวยนักหนาฉันก็ยิ่งปลื้มใจ ทว่าไม่ทันข้ามวันรองเท้าเจ้ากรรมก็แผลงฤทธิ์จนฉันเดินโขยกเขยก และเย็นวันนั้นฉันก็ต้องกลับมาบ้านพร้อมกับเท้าที่ระบม
           ห า ก ชี วิ ต ค น เ ร า เ ป็ น เ ห มื อ นก า ร เดิ น ท า ง ไ ก ล
           ความรักก็คงเป็นเหมือนรองเท้า
            แ ท้ ที่ จ ริ ง แ ล้ ว น่ ะ น ะ..............
           ฉันว่าคนเราไม่ได้ต้องการ'รองเท้าสวย'
           มากไปกว่า- - รองเท้าที่ใส่สบาย - -
          แต่ก็นั่นแหละ
          ใคร-ใครก็ย่อมชอบรองเท้าสวย-สวยด้วยกันทั้งนั้น
          ถึงไม่น่าแปลกที่หลายคนมักตัดสินใจซื้อรองเท้าเพราะ
          ว่า 'มันสวย ' มากกว่า 'มันพอดีกับเท้า'
         และแม้มันจะใส่แล้วคับไปนิด...อึดอัดไปหน่อยก็ยังไม่วางมือ
          เหตุเพราะว่า___________________มันสวยถูกใจ
          หรือแม้มันจะราคาแพงลิบลิ่วก็ยังอยากเป็นเจ้าของให้ได้
         - - - หากว่าเราต้องเดินทางอีกไกล - - -
    แม้จะมีรองเท้าสวยหรู ราคาแพง ยี่ห้อแบรนด์เนม  มันก็คงไม่มีประโยชน์
    แม้จะสวยแค่ไหนแต่ถ้ามันทำเท้าเราเจ็บ...สุดท้ายก็คงต้องถอดมันออก
    เพราะถ้าขืนเราเดินทั้งเท้าเจ็บ-เจ็บเราคงไปไม่ถึงปลายหนทาง
    ค ว า ม รั ก ก็ เ ช่ น กั น
    เราอาจใฝ่ฝันที่จะมีคนรักสวย รวย เก่ง ฉลาด เลิศ หรู
    ..... แต่ความจริงแล้ว ....
    เราเพียงต้องการคน-คนนั้นเพื่อให้ตัวเราดูดีขึ้นมาเท่านั้นเอง
    ฉันว่านะ....รองเท้าที่ใส่แล้วสบายไม่จำเป็นต้องสวยเด่นอะไร
    เพราะฉะนั้น
    คนที่จะมาจับจูงมือเราไปตลอดทางของชีวิตก็ไม่จำเป็น
    ต้องเป็นคนที่ดีเลิศที่สุดจนใครนึกอิจฉา
    บางที...การใส่รองเท้าที่เดินแล้วสบายมันอาจทำให้เรามีความสุขมากกว่า
    เพราะฉันเชื่อว่ามันจะพาเราไปจนถึงจุดหมาย  โดยที่เราไม่ต้องเจ็บเท้าและนึกอยากจะโยนมันทิ้งไปเสียให้รู้แล้วรู้รอดตลอดการเดินทาง
    August 23

    PlayBOy ก็เจ็บเป็น

    บ่อยครั้งที่ผู้หญิงบอกเลิกแล้ว ผู้ชายต้องทนเก็บงำความเจ็บปวดไว้ในใจ เมื่อต้องแยกทางกับคนรัก ผู้ชายมักจะจมอยู่กับความเศร้า หรือไม่ก็ร้องไห้อยู่หลายชั่วโมงจนไม่ได้หลับได้นอน โดยอาจมีคนที่ยอมรับฟังความทุกข์อยู่ให้กำลังใจ

     

    ซึ่งทุกขณะที่น้ำตาหรือความเศร้าของผู้ชายไหลหลั่งออกมานั้น มันหมายถึงการพยายามยุติความเศร้าโศกเสียใจให้เร็วที่สุดเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะทำได้
    แคนาดาออนไลน์- ปกติเวลาคู่รักทะเลาะหรือเลิกรากัน ส่วนใหญ่เรามักจะเห็นฝ่ายหญิงเป็นคนปล่อยโฮ หรือออกอาการทำใจไม่ได้แบบสุดๆ แต่อันที่จริงแล้วเมื่อความรักเดินมาจนสุดทางและต้องจบลงด้วยการเลิกรา ผู้ชายเองก็เจ็บและชอกช้ำไม่แพ้กัน

    ที่ผู้ชายไม่ค่อยออกอาการเสียอกเสียใจนั้น ไม่ใช่ว่าไม่รู้สึกอะไร แต่ผู้ชายมักคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องที่จะต้องแสดงความรู้สึกเสียอกเสียใจจะเป็นจะตายให้ใครเห็น หรือจะให้ลดอาการเจ็บช้ำด้วยการสวาปามอาหารไม่หยุดหรือเปลี่ยนทรงผมก็ใช่ที่

    เมื่อต้องแยกทางกับคนรัก ผู้ชายมักจะจมอยู่กับความเศร้า ไม่ก็ร้องไห้อยู่หลายชั่วโมงจนไม่ได้หลับได้นอนโดยอาจมีคนที่ยอมรับฟังความทุกข์อยู่ให้กำลังใจ ซึ่งทุกขณะที่น้ำตาหรือความเศร้าของผู้ชายไหลหลั่งออกมานั้นมันหมายถึงการพยายามยุติความเศร้าโศก เสียใจให้เร็วที่สุดเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะทำได้

    ความเชื่อของคนทั่วไปที่ว่าเมื่ออกหัก หรือรักคุดแล้วอะไรๆ จะเลวร้ายลงดูจะไม่ใช่ในมุมมองของผู้ชาย หนุ่มๆ หลายคนที่เพิ่งจะได้เป็นคนโสดหมาดๆ หรือได้กลับมามีอิสระใหม่อีกครั้ง ใช้ชีวิตโสด(อีกครั้ง)อย่างคุ้มค่าทุกเสี้ยววินาที

    แต่บางทีการปิดบังความรู้สึกที่แท้จริงก็ทำให้ผู้หญิงพากันเชื่ออย่างเอาเป็นเอาตายว่าผู้ชายเจ็บไม่เป็น ทั้งที่จริงผู้ชายเลือกที่จะสลัดความเศร้าโศก ผิดหวัง เสียใจออกไปจากหัวใจที่ปวดร้าวต่างหาก

    "วิธีที่ว่ามานั่นน่ะ ไม่ใช่แบบที่ผมเคยทำเลย" แกรี ชายวัย 49 ปี กล่าว "การสิ้นสุดความสัมพันธ์เป็นประสบการณ์ที่เลวร้ายมากสำหรับผู้ชายส่วนใหญ่"

    บางครั้งผู้ชายก็แอบร้องไห้

    อย่างไรก็ตาม จากบทสนทนาตามรายการวิทยุที่ได้ยินได้ฟังจากสถานีวิทยุนอกเมือง ในแคนาดานั้น แสดงให้เห็นว่า ผู้ชายมักจะซ่อนความรู้สึกเจ็บปวดได้ดีกว่าผู้หญิง

    ทั้งนี้ แกรี เล่าให้ฟังว่าอาการอกหักครั้งเลวร้ายที่สุดในชีวิตของเขาก็คือตอนที่ภรรยาทิ้งโน้ตบอกลาเขาไว้บนโต๊ะอา หาร เพื่อจบความสัมพันธ์ที่มีมาถึง 9 ปี ซึ่งเขาก็ยอมรับว่า ความเจ็บปวดในครั้งนั้นทำให้เขาต้องใช้เวลารักษาแผลใจเกือบสองปี

    "ผมไม่เคยนึกไม่เคยฝันเลยว่าจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้อีกครั้ง ผู้หญิงคนนั้นเป็นชีวิตทั้งชีวิตของผม"

    ถ้าแกรี เจ็บปวดชอกช้ำซะขนาดนั้นแล้วเขารักษาแผลใจอย่างไรเล่า?

    แกรี บอกว่า เขามีเพื่อนดีๆ เอาไว้พูดคุยปรึกษาหารือด้วยอยู่สองสามคน ซึ่งก็มีทั้งผู้ชายและผู้หญิง เพื่อนๆ ได้ดึงเขาออกมาจากความเศร้าในยามที่เขาไม่มีแรงใจที่จะทำอะไร และด้วยเหตุใดไม่ทราบ เขาก็สามารถก้าวผ่านช่วงเวลาอันเลวร้ายนั้นได้โดยไม่เคยพึ่งเหล้า

    ผู้ชายก็เจ็บเป็น

    นอกจากกรณีของแกรีแล้ว ทิม นายหน้าขายที่ดินวัย 27 ปี ก็เล่าว่า การแยกทางกับคนรักได้เปลี่ยนแปลงเขา เขาเริ่มมองหาสาวๆ ที่อยากจะมีอะไรๆ กับเขาแต่ไม่ต้องการมีพันธะใดๆ ต่อกัน

    "ผมก็แค่ไม่อยากที่จะพาตัวเองกลับไปยังจุดเดิม ไปเสียอกเสียใจแบบเดิมๆ" ทิม บอก "ผมกลายเป็นผู้ชายที่แข็งแกร่ง ผมไม่แสดงความรู้สึกใดๆ ต่อหน้าคนอื่น"

    เรื่องราวเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมดาของผู้ชายที่ผิดหวังกับความรัก ดร.ชีลา โอเบิร์น นักจิตวิยา ที่เมืองคัลแกรี ประเทศแคนาดา กล่าว "บางที่อาจจะพูดได้ว่า ผู้ชายอาจจะเป็นฝ่ายเจ็บปวดมากกว่า เพราะพวกเขาไม่ได้ระบายความรู้สึกออกมาแบบที่ผู้หญิงทำ มันเป็นเรื่องของสภาวะทางจิตและอารมณ์ ที่ผู้ชายไม่อาจร้องไห้อย่างโจ่งแจ้งได้"

    ดร.โอเบิร์น บอกว่า ตอนนี้สังคมกำลังเปิดโอกาสให้ผู้ชายแสดงอารมณ์ของพวกเขาออกมา แนวทางที่ว่านี้มีให้เห็นทั่วไปตามหนังสือแนะวิธีเยียวยาตัวเองจากอาการอกหัก

    อย่างไรเสีย แม้ทิมจะใช้วิธีการเก่าๆ คือทุ่มเทเวลาให้กับงาน เล่นกีฬาอาทิตย์ละ 4 ครั้ง และใช้เวลาอยู่กับตัวเองให้มากก็ตาม ทว่าเขาก็ไม่ได้แสดงอาการว่าเศร้าโศกเสียใจแต่อย่างใด

    "ผมก็หวังนะว่า ผมเองจะมีลูกบ้าพอที่จะแสดงให้คนรอบข้างรู้ได้ตลอดเวลาว่าที่จริงแล้วผมคิดอะไรและรู้สึกอย่างไร" 

    ~ *~• ...ในขณะที่ความรักครั้งใหม่ของใครคนหนึ่งกำลังเริ่มต้น...ความเจ็บปวดของใครอีกคนหนึ่งก็กำลังเริ่มต้นด้วยเหมือนกัน...•~*~

    ข้ า ง ก า ย เ ธ อ . . . คื อ ฉั น
    ข้ า ง ใ จ ฉั น . . . คื อ เ ธ
    แ ล้ ว เ ธ อ ค น นั้ น . . . คื อ ใ ค ร ? ? ?

     

    August 21

    แด่คนที่รักเพื่อน

    ความหมายของคำว่าเพื่อน


    เพื่อนคือ
    ... ยิ่งกว่าแฟนก้อว่าได้ ไม่ตามใจมัน ก็ไม่ด่า แต่ถ้ามันไม่ตามใจเราก็ด่าได้ โดยที่มัน และเราไม่โกรธกัน




    เพื่อนเมื่อโกรธกันสามารถกลับมาคืนดีกันได้โดยไม่ต้องเก็บความสงสัยว่า
    เรื่องที่โกรธกันคืออะไร ผ่านแล้วก็ผ่านไป




    เพื่อนคือที่พึ่งยามเป็นทุกข์
     เพื่อนคือที่ปรึกษา ตั้งแต่เรียน ทำงาน จนจะแต่งงาน! ก็ยังต้องปรึกษามัน




    เพื่อนคอยสับรางเวลารถไฟจะชน
    เพื่อนคอยโกหกพ่อแม่เวลาไปเที่ยวแต่บอกว่าไปทำงาน
    เพื่อนคอยบอกแฟนว่าเรากำลังอยู่กับมัน ทั้งที่จริงเราไม่ได้อยู่กับมันหรอก




    และเพื่อนก็คือคนจ่ายค่าข้าวเวลาเราไม่มีเงิน
    ' เพื่อน ' คือ ทุกอย่าง


    มีผู้
    .... ที่เคยคบกันถามว่าจะให้เลือกหนึ่เดียว ระหว่างเค้าซึ่งคบกันมา 1 ปี กับเพื่อนซึ่งคบมาประมาณ 15 ปี ว่าคุณจะเลือกใคร
    ตอบแบบได้แบบไม่ต้องคิดเลยว่า
    ' เพื่อน '

    ซึ่งเค้าก็บอกว่าตอบผิดตอบใหม่ได้นะ
    เราก็บอกว่าตอบถูกแล้ว เพราะเค้าเห็นว่าเรารักเพื่อนมากกว่า แต่ไม่ใช่

    ถัาเราจะต้องเอาคนเข้ามาในชีวิตอีก
    1 คน
    ซึ่งก็ยังไม่รู้อะไรกันมาก
    กับเสียคนที่เรารู้จกกันมาเป็น
    10 ปี

    เราว่าทุกคนก็ต้องมีคำตอบเหมือนกับเรา
    เพราะทั้งสำหรับคนทั้งสองกลุ่ม
    เราไม่สามารถเอาแต่ละคนมาบวกและลบกันเพื่อให้ผลลัพธ์เป็นศูนย์




    เพราะฉะนั้นทุกคนต้องเลือกสิ่งที่มีค่ามากกว่า และสิ่งที่เราเลือก สิ่งนั้นก็คือ
    *****'' เพื่อน ''****
    ' some time happy… some time sad… but all time friend '



    บทส่งท้าย ถ้าเราสนุก ไปเที่ยวโดยไม่มีเพื่อน แล้วเล่าให้มันฟัง
    มันก็ไม่ว่าอะไร
    .... แล้วถ้าเราเที่ยวแล้วเกิดปัญหา เราตามตัวมันมา
    มันเคยพูดไหมว่า
    '* ไม่สน * เที่ยวแล้วไม่ชวน * *
    '
    คำพูดอย่างนี่จะไม่มีจากปากเพื่อน



    จะแต่ว่า
    ' อยู่ตรงไหน เป็นอะไร ' แล้วก็ลงท้ายว่า * จะรีบไป ....


    อย่าลืมส่งต่อให้เพื่อนคนที่คุณรักด้วยนะ

    August 16

    ปรากฎการณ์น่าดู

     วันที่ 27 สิงหาคม 2551 คือวันที่คนทั้งโลกตั้งตารอคอย....
    เพราะดาวอังคารจะส่องแสงเจิดจรัสบนฟากฟ้าให้เห็นแบบช ัดเจนที่สุดตลอดเดือนสิงหาคม
    ด้วยรูปทรงขนาดใหญ่ประดุจดังพระจันทร์เต็มดวงซึ่งเรา สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
    โดยเฉพาะวันที่ 27 สิงหาคมซึ่งทุกอย่างจะชัดเจนสมบูรณ์ที่สุดเพราะวันนั ้นดาวอังคารจะอยู่ห่างจากโลก
    แค่ 34.65 ล้านไมล์
    อย่าพลาดนะ...คืนวันที่ 27 สิงหาคมนี้ เวลาประมาณเที่ยงคืนครึ่ง เราจะเห็นดวงจันทร์สองดวงบน
    ท้องนภา (โรแมนติคมั่กมั่ก)
    ปรากฎการณ์เช่นนี้จะมีให้เห็นอีกครั้งในปี คศ. 2287 (หรือพุทธศักราช 2830)
    ร่วมแบ่งปันเมล์นี้ให้เพื่อน (และคนที่คุณรัก / หรือแอบรัก) ด้วยนะครับ เพราะนี่คือโอกาสเดียวในชีวิต
    (ยกเว้นแต่คุณเป็นมนุษย์อมตะซึ่งสามารถมีชีวิตได้อีก 280
    ปี)
    August 13

    winer VS loser

    Winner vs Loser

           

     

    The Winner is always a part of the answers;

    The Loser is always a part of the problem;

     

    The Winner always has a program;

    The Loser always has an excuse;

     

    The Winner says "Let me do it for you";

    The Loser says "That's not my job";

     

    The Winner sees an answer for problems;

    The Loser sees a problem in every answers;

     

    The Winner sees a green near every sandtrap;

    The Loser sees 2 or 3 sandtraps near every green;

     

    The Winner says "It may be difficult, but it's possible";

    The Loser says "It may be possible, but it's too difficult";

     

    Every problem has solution;

    Don't quit right from the beginning.

     

    BE A WINNER !

     

    "Winner’s Habits"

     

    Habit 1 : Be proactive

    Habit 2 : Begin with the end in mind

    Habit 3 : Put first thing first

    Habit 4 : Think win-win

    Habit 5 : Seek first to understand then be understood

    Habit 6 : Synergize

     

    August 12

    ขอให้โชคดี

    Read Alone.....
    กรุณาอ่านคนเดียว


    Especially the Poem

    โดยเฉพาะกลอน


    I believe whatever is in store for us will be for us.

    ฉันเชื่อว่าอะไรที่เป็นของเราก็จะเป็นของเราในที่สุด

    The poem is very true, unfortunately.
    Make sure you read the poem!

    กลอนนี้เป็นเรื่องจริง เสียแต่ว่าคุณต้องอ่านมัน


    CASE 1: Kelly Sedey had one wish, for her boyfriend of three years,
    David Marsden, to propose to her.


    กรณีที่
    1
    Kelly Sedey
    มีความมุ่งหวัง อย่างหนึ่งกับแฟนหนุ่มที่คบกันมา 3ปี เธออยากให้ David Marsden ขอเธอแต่งงาน


    Then one day when she was out to lunch David proposed!
    She accepted, but then had to leave because she had a meeting in 20 min..

    แล้ววันนึงที่เธอออกไปทานข้าวกลางวัน
    David ก็ขอเธอแต่งงาน เธอตอบตกลง แต่เธอต้องกลับก่อนเพราะว่าเธอจะมีประชุมใน อีก 20 นาทีต่อ มา

    When she got to her office, she noticed on her computer she had some e-mail's.
    She checked it, the usual stuff from her friends, but then she saw one that she had never gotten before.

    เมื่อเธอมาถึงที่่ทำงาน เธอสังเกตเห็นคอมพิวเตอร์ว่ามีคนส่งอีเมลมาหา เธอเปิดดู แต่มันเป็นอีเมลธรรมดาจากเพื่อน แต่มีอีเมลนึงที่เธอไม่เคยได้รับมาก่อน


    It was this poe m. She simply deleted it without even reading all of it. 

    ซึ่งก็คือกลอนบทนี้ เธอลบ มันทิ้งไปโดยที่ไม่ได้อ่าน


    BIG MISTAKE! Later that evening, she received a phone call from the police.  It was about DAVID! He had been in an accident with an 18 wheeler. He didn't survive!

    นั่นเป็นความผิดมหันต์ ต่อมาในตอนเย็นเธอได้ รับโทรศัพท์จากตำวจเกี่ยวกับ
    DAVID เขาประสบอุบัติเหตุชนกับรถ18 ล้อเสียชีวิต

    CASE 2: Take Katie Robinson She received this poem and being the believer that she was she sent it to a few of her friends but didn't have enough e-mail addresses to send out the full 5 that you must. Three days later, Katie went to a masquerade ball.

    Later that night when she left to get to her car, she was killed in that
    spot by a hit-and-run drunk driver.

    กรณีที่
    2
    เป็นของ Katie Robinson เธอได้รับกลอนนี้ และก็เชื่อเธอได้ส่งต่อไปให้เพื่อนไม่กี่คนเพราะว่าเธอมีที่อยู่อีเมลไม่พอซึ่งจะต้องส่งต่ออย่างน้อย
    5
    คน 3 วันต่อมา
    เธอไปงานเต้นรำสวม หน้ากาก
    คืนนั้นเมื่อเธอออกจากงานไปที่รถ เธอถูก คนเมาชนแล้วหนีจนเสียชีวิต

    CASE 3: Richard S. Willis sent this poem out within 45 minutes of reading it.  Not even 4 hours later walking along the street to his new job interview with a really big company, when he ran into Cynthia Bell, his secret love for 5 years. Cynthia came up to him and told him of her passionate crush on him that she had had for 2 years.  Three days later, he proposed to her and they got married. 
    Cynthia and Richard are still married with three children, happy as ever!

    กรณีที่
    3
    Richard S. Willis
    ส่งกลอนนี้ต่อให้ เพื่อนภายใน 45 นาทีหลังจากอ่าน 4 ชม. ต่อมาเขาต้อง ไปสัมภาษณ์งานกับบริษัทใหญ่มากแต่เขาก็ยังไป หา
    Cynthia
    Bell,
    ที่เขาแอบรักมา5 ปี Cynthiaบอกเขาว่าเธอเองก็ แอบชอบเขามา

    2 ปีแล้วเช่นกัน 3 วันต่อมาเขาขอเธอแต่งงานแล้วพวกเขาก็แต่งงานกัน Cynthia และ Richardยังคงอยู่ด้วยกันมีลูกด้วย กัน 3 คนและมีความสุขที่สุด


     

    This is the poem:

    นี่คือกลอนที่ว่า


    Around the corner I have a friend,

    ฉันมีเพื่อนที่อยู่ไม่ไกล

    In this great city that has no end,

    ในเมืองใหญ่ที่ไม่มีวันหลับไหล

    Yet the days go by and weeks rush on,

    และเวลา ก็ยังคงผ่านไป

    And before I know it, a year is gone.

    ฉันไม่เคยรู้ว่านานแค่ไหน

     

    And I never see my old friends face,

    แต่ฉันไม่เคยเจอเพื่อนเก่าคนนั้น

     

    For life is a swift and terrible race,

    เพราะชีวิตที่มีแต่การเปลี่ยนแปลงและแข่ง ขัน

    he knows I like him just as well,

    รู้แต่ว่าเขาคงสบายดีเช่นกัน

     

    As in the days when I rang his bell.

    จนวันหนึ่งอยากลองไปหาดูสักที

     

    And he rang mine but we were younger then,

    เพื่อนที่เราเคยมีความรู้สึกดีๆ

     
     

    And now we are busy, tired men.

    แต่ตอนนี้เรายุ่งและเหนื่อยล้า

     
     

    Tired of playing a foolish game,

    ต้องฟันผ่ากับเกมอันหลากหลาย

     
     

    Tired of trying to make a name.

    เหนื่อยหน่ายกับการสร้างชื่

     
     

    'Tomorrow' I say! 'I will call on Jim

    พรุ่งนี้แล้วกันนะฉันจะโทรหา
     
     

    Just to show that I'm thinking of him.'

    ปลอบตัวเองว่าเรายังมีเพื่อนให้คิดถึงอยู่

     
     

    But tomorrow comes and tomorrow goes,

    แต่พรุ่งนี้ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป

     
     


    And distance between us grows and grows.

    ระยะทางระหว่างเรายิ่ง ไกล
     
     

    Around the corner, yet miles away,

    เพื่อนที่อยู่ใกล้กลับเหมือนอยู่ห่างร้อย ไมล์

     
     

     

    'Here's a telegram sir,' 'Jim died today.'

    จนได้ข่าวว่าเพื่อนจากเราไป

     
     

    And that's what we get and deserve in the end.

    นี่คือ สิ่งที่เราสมควรได้หรืออย่างไร

     
     

    Around the corner, a vanished friend.

    ที่ตรงนั้นไม่ไกล แต่ว่าเพื่อนฉันไม่อยู่อีกต่อไป

     
     

    Remember to always say what you mean.

    If you love someone, tell them.

    ถ้าคุณรักใครสักคนก็บอกเขาไป

     
     

     

    Don't be afraid to express yourself.
    อย่ากลัวที่จะเผยความรู้สึก


    Reach out and tell someone what they mean to you.

    เปิดใจ และบอกคนที่มีความหมายกับ คุณ


    Because when you decide that it is the right time it might be too late.

    เพราะหากคุณรอจนถึงเวลาที่เหมาะสม วันนั้นอาจจะช้า ไป

    Seize the day. Never have regrets.

    หาโอกาสในวันนี้ แล้วคุณจะไม่มีวันเสียใจที หลัง


    And most importantly, stay close to your friends and family,
    for they have helped make you the person that you are today.

    สิ่งที่สำคัญที่สุด จงอย่าละเลยเพื่อนและครอบครัว
    เพราะพวกเขาทำให้คุณเป็นอย่างที่คุณเป็น ทุกวันนี้


    THIS IS NOT A JOKE!

    นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น




    *NOTE*

    the more people that you read this to, the better luck you
    will have.
    ยิ่งอ่านมากก็ยิ่งโชคดีมาก


    SMILE, even through your tear !!!!!

    จงยิ้มเข้าไว้ แม้วันที่มีน้ำตา