Jeasada's profileเคารพ ให้เกรียติ์ และ ซ...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
September 13 อาจไม่จำเป็นเสมอไป ที่ความรัก..จะต้องจบลงด้วยการได้เป็น..คนรัก......................................... บางที.. อาจไม่จำเป็นเสมอไป ที่ความรัก..จะต้องจบลงด้วยการได้เป็น..คนรัก .......................................... บนเตียงเล็กๆ.. ในบ้านอบอุ่นหลังหนึ่ง แดดยามเย็นทอบางบาง..ผ่านหน้าต่าง หญิงชรา..อายุราวๆ 70 ปี นอนซม..อยู่บนเตียง เธอรู้ว่า...นี่เป็นช่วงเวลาสุดท้าย..ในชีวิตของเธอแล้ว แต่จะเป็นอะไรไปล่ะ เธอพอใจกับชีวิตทั้งหมด..ที่เธอได้ผ่านมา เธอ..ได้แต่งงาน ..มีครอบครัว..ที่อบอุ่น แม้จะไม่มีลูก..ก็ตาม มีเพื่อนที่ดี ..ผ่านชีวิตการงานที่ดี ถึงแม้วันนี้..สามีของเธอจะตายไป..ร่วม 10 ปี แต่..ในวันสุดท้าย..ของชีวิต เพื่อน-ที่เธอรักที่สุด.. ก็มานั่งเคียงข้างเธอ..อยู่ตรงนี้ มาส่งเธอ..เหมือนทุกครั้ง… “หมอบอกว่า..ฉันคงอยู่ได้ไม่เกินพรุ่งนี้เช้าหรอก เธอ..เอ่ยบอกกับเขา ... เพื่อนชรา..ที่รู้จักกับเธอมา..แต่ครั้งยังเด็ก “ฉันรู้” ชายชรา..พยักหน้ารับ “เธอมาส่งฉัน..เหมือนทุกทีสินะ” หญิงชรา..มองหน้าชายชรา “ใช่..ก็ฉันส่งเธอ..มาตลอดทั้งชีวิตนี่นา ..ขาดไปอย่าง..คงไม่ครบ” ชายชราตอบ..ด้วยรอยยิ้มบางๆ “ตอนเด็กๆ..บ้านเรา..อยู่ทางเดียวกัน..เรากลับบ้านด้วยกันทุกเย็น.. บ้านฉัน..อยู่เลยบ้านเธอไปมาก..” เธอ..รำลึกความหลัง “แต่ฉัน..ก็ไปส่งเธอทุกวัน” ชายชราบอก “ใช่..เธอทำอยู่อย่างนั้น..ตลอดชั้นประถม..และมัธยม..ที่เราเรียนด้วยกัน จนเพื่อนๆล้อว่า..เราเป็นแฟนกัน” หญิงชราพูดขึ้น “สุดท้าย..ก็ต้องเลิกล้อกันไป” เพื่อนชราของเธอ..ต่อคำ “ตั้งแต่..เธอคบกับแฟนคนแรกของเธอ..นั่นแหละ” เธอเย้ายิ้มๆ “แต่ฉันก็ไปส่งเธอทุกวัน..อยู่อย่างเดิม... จนต้องเลิกกับแฟน..ไม่ใช่รึ” ชายชรา..ทวนความหลัง เธอจำได้ว่า..เธอบอกเขาอยู่บ่อยๆว่า..ไม่ต้องเดินมาส่งเธอแล้ว..เดี๋ยวแฟนเขาจะโกรธเอา.. แต่เขาก็ยังดึงดัน..ที่จะมาส่งเธอ “โกรธก็โกรธไป ..ฉันรู้จักเธอมาก่อนตั้งนาน ยังไงเธอ..ก็ต้องมาก่อน” นั่น..เป็นคำพูดที่เธอจำได้ไม่ลืม ..แม้ว่า..มันจะผ่านมาเกือบ 60 ปีแล้วก็ตาม.. เธอยังจำ..วันที่เขาต้องขึ้นรถไฟ..เพื่อไปเรียนต่อในมหาวิทยาลัยได้ วันนั้น..เธอไปส่งเขาที่สถานี ..ร้องไห้จะเป็นจะตาย เขาวุ่นกับการปลอบเธอ..จนไม่เป็นอันได้ร่ำลาพ่อแม่ พอเธอสงบลง..และขอตัวเข้าไปล้างหน้าล้างตา..ในห้องน้ำ .. พ่อแม่ของเขา..ไปเช็คเที่ยวรถไฟ ... พอเธอกลับมา..ก็พบเขานั่งร้องไห้คนเดียว..กับกองกระเป๋า...เงยหน้าขึ้นบอกกับเธอ..ทั้งน้ำตา “กลับบ้านเอง..เดินดีๆ นะ” …และนั่น..ทำให้เธอต้องเสียน้ำตา..อีกรอบ เธอจำได้ว่า..วันที่เขาปิดภาคเรียน..และกลับมาบ้าน..เธอแนะนำเขา..ให้รู้จักกับแฟนหนุ่มของเธอ ตอนแรก..ทั้งสอง..เหมือนจะเข้ากันได้ดี ..แต่หลังจากนั้น 2-3 วัน มีคนมาบอกว่า..แฟนเธอกับเพื่อนเธอ..ต่อยกัน “มัน..นอกใจเธอ” เขาบอกเรียบๆ.. แต่..เธอไม่เชื่อ วันนั้น..เธอเชื่อแฟนมากกว่า..ว่าเขาอิจฉาแฟนเธอ..จึงหาเรื่องชกต่อย เธอว่าเขา..ไปหลายคำ อาทิตย์นึงให้หลัง..เธอจึงรู้ว่า..เขาเป็นคนถูก เมื่อเธอไปหาเขาที่บ้าน..ก็เจอแต่..พ่อของเขา “มันกลับไป..แต่อาทิตย์ก่อนแล้ว ..เห็นว่ามีธุระด่วน ..ไม่รู้อะไร” เธอส่งจดหมายไปขอโทษ ..เขาบอกไม่เป็นไร..เขาไม่เคยโกรธเธอ..แค่น้อยใจเล็กๆ ..ในจดหมายลงท้าย..ด้วยคำ-คำเก่า "กลับบ้านเอง..เดินดีๆนะ" เธอรู้ว่า..ในคำที่เหมือนสั้นๆนั้น ..เขาพูดอะไรออกมา..มากมายขนาดไหน.. เธอจำได้..ถึงวันที่เธอ..บอกเขาว่า.. เธอจะแต่งงาน.. เขา..มองหน้าเธอ.. เธออ่านไม่ออกว่า..มันเป็นความรู้สึกอะไร ..ดีใจ? ..เสียใจ? และเมื่อเธอถามเขาตรงๆ ..เขาก็ตอบว่า.. “..เราใจหาย..” แต่ก่อนหน้านั้น.. ก็เขานี่แหละ..ที่เป็นคนช่วยเธอเลือก..ช่วยเธอดูว่า..ผู้ชายคนนี้นิสัยดี ..และรักเธอจริง “เรา-ผู้ชายด้วยกัน..เราดูออก” ซี่งเขา..ก็ดูไม่ผิด ..สามีของเธอดี..เหมือนอย่างที่เขาบอก .. วันแต่งงาน..เธอบอกเขาว่า.. “ความเป็นเพื่อนของเรา..ยังเหมือนเดิมนะ ..ไม่ต้องห่วง” เขามองเธอนิ่งๆ..พยักหน้าน้อยๆ.. ไม่ตอบคำ ถึงเวลารดน้ำสังข์ ..เขาอวยพรเธอมากมาย ..แต่พูดกับสามีเธอ..เพียงสั้นๆ ว่า.. “ฝากด้วยนะ..” เขาแต่งงาน..มีครอบครัวของเขา เธอ..ก็มีครอบครัว..ของเธอ มีบางช่วงของชีวิต..ที่ห่างกันไป แต่ก็ไม่เคย..ลืมกัน เธอ..ส่งการ์ดอวยพรวันเกิดให้เขา..ทุกๆปี ตอนนี้..เขาน่าจะเก็บมันไว้ได้ 59 ใบแล้วล่ะ เพราะเธอนับของเธอแล้ว..มันได้ 58 ใบ น้อยกว่า..อยู่ใบนึง.. เพราะเธอ..เกิดทีหลังเขา 5 เดือน.. บางที ..เธอรู้สึกสนิทกับเขา..มากกว่า..คนรักของเธอเสียอีก หลายเรื่อง..ที่เขารับรู้..แต่คนรักของเธอ..ไม่แม้แต่ระแคะระคาย.. และก็เช่นกัน..หลายความลับ..ที่เขาระบาย ..ที่เขาฝากไว้ที่เธอ..เธอก็รับ..และเก็บงำมันไว้..ด้วยความเต็มใจ.. “คิดอะไรอยู่?” เขาเอ่ยขึ้นมา..ทำลายความเงียบ “เรา..กำลังนึกแปลกใจ” เธอเอ่ย..ด้วยท่าทีครุ่นคิด “ทำไม..เราถึงไม่ได้เป็น..คนรักกัน?” เขานิ่งไป..เหมือนกำลังคิดเช่นกัน ”เราสนิทกันมาก..มั้ง” เขาว่า “นั่น..ไม่น่าใช่เหตุผลนี่” เธอว่า “เธอ..ถามยากไปนะ” เขาตอบ..หลังจากนิ่งคิดอีก..อยู่ครู่ใหญ่ “ไม่ยากหรอก ..ลองคิดเล่นๆ สิว่า..ทำไมเราถึงไม่รักกันนะ?” แววตาเธอ..มีแววขี้เล่นซุกซน ..เหมือนเด็กหญิง..ครั้งกระโน้น “อืมม..อันนี้..ค่อยง่ายขึ้นมาหน่อย” เขาพูดขึ้น เธอมองหน้าเขา.. แปลกใจเธอว่า..เธอไม่ได้เปลี่ยนคำถาม..นี่นะ.. “ฉันไม่รู้หรอกว่า..ทำไม-เราถึงไม่ได้เป็น..คนรักกัน” เขามองหน้าเธอ..ด้วยสายตาอ่อนโยน ”แต่..ถ้าเธอถามว่า..ทำไม-เราถึงไม่รักกันน่ะ” เขาเว้นช่วง “ฉันก็จะตอบว่า -- ฉันว่า..เราไม่ได้-ไม่รักกัน..ซะหน่อย” เธอหลับตาลง.. คำถามที่ถูกซ่อนไว้..หลายสิบปี..กลับตอบออกมาง่ายๆ..อย่างนี้เอง “นั่นสินะ ..เราไม่ได้-ไม่รักกัน..ซะหน่อย” เธอตอบ..ทั้งๆที่หลับตาลง ตอนนี้..เธอพร้อมที่จะจากโลกใบนี้ไป..อย่างมีความสุขแล้ว ในความรู้สึก..ที่เริ่มพร่าและเลือน...เธอสัมผัสได้ถึงมือของเขา..ที่เอื้อมมากุมมือเธอไว้ “กลับบ้านเอง..เดินดีๆนะ..” และนั่น.. คือ..คำสุดท้าย..ที่เธอได้ยิน… September 04 วันเก่าๆที่ผ่านมาวันนี้เป็นอีกวันที่ฝนตก คิดว่าทำกับข้าวเสร็จจะไป IT MALL แต่ฝนดันตกเลยมานั้งในห้องเปิดหน้าต่างรับลมและกลิ่นดิน ฟ้าที่ครึ้มๆกับเสียงฟ้าร้อง ชวนให้คิดถึงวันเก่าๆสมัยเรียนประจำ เวลาวันหยุดที่ไม่ได้กลับบ้าน แล้วฝนตกไปไหนก็ไม่ได้ ไม่รู้จะทำอะไร มานั้งข้างหน้าต่างดูฝนตก แล้วภาวนาให้น้ำท่วม 5555 โรงเรียนจะได้หยุดจะได้กลับบ้าน คิดย้อนไปแล้วก็ขำตัวเองดีเนาะ แต่ช่วงเวลาที่อยู่ประจำก็เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดนะ แต่ในตอนนั้นสมัยอยู่ประจำหรือที่ผู้คนชอบเรียกกันว่า โรงเรียนกินนอน นั้นแหละ กลับรู้สึกน่าเบื่อมีกฎ อะไรมากมายเต็มไปหมด ตื่นก็เป็นเวลา อาหารก็ไม่อร่อย คิดถึงบ้านก็คิดถึง จะไปไหนก็ไปไม่ได้ อาบน้ำก็เป็นเวลา นอนเป็นเวลา สรุป ตั้งแต่ตื่นจนเข้านอนเราอยู่ในกฎระเบียบตลอด ไม่เว้นแม้แต่เวลานอน เราคุยกันบนเตียงก็ไม่ได้ เหตุผมก็คือมันคือเวลานอน แต่สิ่งเหล่านั้นแหละที่มันทำให้เรานึกถึง เพราะในขณะเดียวกันมันก็มีความสนุกและมิตรภาพเกิดขึ้นไปพร้อมๆกันโดยไม่รู้ตัว คุณเคยไหมเวลาแหกกฎอะไรสักอย่างแล้วรู้สึกดีสนุก555คิดแบบเด็กๆอะ แต่ที่สำคัญเราไม่ได้ทำเพียงลำพังเรามีเพื่อนที่ทำกับเรา เวลาโดนจับได้ว่าเราทำผิดแล้วจะโดนลงโทษ เราก็จะไม่พาลเพื่อน เพื่อนก็ไม่พาลเรา แล้วก็มีวิธีรับผิดแทนกันแบบแปลกๆ เช่น ทุกคนที่ทำด้วยกันมาล้อมวงเล่น โอ นอย ออก กันใครคนสุดท้ายก็รับผิดแทนเพื่อนทุกคน อิอิอิอิอิ แต่รู้ไหมเพราะอะไรทำไมพวกเรา ถึงได้กล้าที่จะยอมรับผิดแทนกัน เพราะสิ่งที่พวกเราถูกสอนมาตลอดเวลาที่เราทะเละกันในหอ คือคำสอนจากพวกครู และ รุ่นพี่ ก็คือ มึงจะทะเละต่อยตีกันไปทำไมในเมื่อข้าวมึงก็กินหม้อเดียวกันหุงจากคนคนเดียวกัน นอนมึงก็ห้องเดียวกัน อยู่หอเดียวกัน พรุ่งนี้มึงก็ยังต้องเจอกันอีก แล้วที่สำคัญมึงอยู่โรงเรียนเดียวกัน จะทะเละกันไปหาพระแสงอะไร ทำไมไม่รักกัน อาจเป็นเพราะคำสอนแบบนี้ และประกอบกับความผูกพันธ์สนิทสนมที่เราใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมากกว่าอยู่บ้านเสียอีก จึงทำให้พวกเรายังอยู่กันเป็นกลุ่มก้อนและยังติดต่อกันอยู่ เมื่อเราโตขึ้นโลกที่เคยน่าเบื่อจากตอนเป็นเด็ก กลับน่าเบื่อหนัดกว่าน่ากลัวยิ่งกว่า ทำให้อยากกลับไปใช้ชีวิตแบบเด็กอีกแต่ก็ทำไม่ได้ สมัยที่เราอยู่ประจำเพื่อนเราทุกคนจริงใจต่อกันไม่มีใครใส่หน้ากากไม่หวังผลประโยชน์ แต่พอเราได้มาทำงานในโลกธุรกิจ ทุกคนล้วนไม่มีใครไว้ใจได้เพราะโลกธุรกิจการคบหากันโดยส่วนใหญ่มักเป็นการทำเพื่อ หาเม็ดเงิน หาผลประโยชน์ จะไม่มีใครยอมเสียผลประโยชน์หรือไม่ยอมให้ใครได้ผลประโยชน์ฝ่ายเดียว ทุกอย่างต้องลงตัว จึงจะครบกันได้และการครบกันก็ใช่ว่า จะจริงใจเสมอไปส่วนใหญ่คนในวงการธุรกิจจะใส่หน้ากากเข้าหากัน ไอ้คนที่จนก็ทำเป็นรวยเพื่อสร้างเครดิตให้ตัวเอง ไอ้คนที่รวยก็ทำเป็นไม่มีเพราะไม่อยากแบ่งใคร คนบางคนยอมทิ้งศักดิ์ศรี ของตนเพื่อเงิน ทุกวันนี้เราทุกคนคงปฏิเสษไม่ได้ว่าเราทุกคนโตมา จากเงิน และความโลภ เพราะมุนษย์ เราไม่รู้จักพอ แต่คงมีคนหลายคนบอกว่าไม่จริงเราเกิดมาเพราะความรัก555ลองคิดดูให้ดีว่าจริงไหม คุณเกิดมาก็ใช้เงินแล้ว สิ่งที่คุณเรียกว่าความรักนะ คุณเกิดมาพ่อแม่ท่านก็รักเราอยู่แล้วใช่ไหม แต่เราก็ต้องการให้ท่านรักเรามากรักเราคนเดียวจริงหรือเปล่านี้ไงคือความโลภ แต่ก็อีกนั้นคือความคิดแบบเด็กๆ ตอนเป็นเด็กประจำพวกผมก็โลภ เพื่อที่จะหาตังไปกินข้าวกลางวันทั้งที่ปรกติก็จะได้อยู่แล้ววันละ15บาทแต่พวกเราก็ยังมีวิธีหา ให้ได้มากกว่านั้น อิอิอิอิ ทั้งที่บางวันเราใช้เหลือซะด้วยซ้ำแต่เราก็ยังอยากได้อยู่ แต่ก็อีกจากคำพูดที่ว่ากินคนเดียวท้องแตกตาย ดังนั้นเราจะมีวิธีจัดสรรบันส่วนกันในกลุ่ม คิดๆแล้วอยากกลับไปเป็นเด็กอีกหนุกดี
วันเวลาผันเปลี่ยนเวียนไป
ทุกอย่างล่องลอยไปเคยหวนกลับ
แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงอยู่และอ่านเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน
เพื่อน
คำสั้นๆที่ความหมายยาวเป็นกิโล
จุดก่อเกิดคำๆนี้ของแต่ละคนผมเชื่อว่ายาวจนเหล่าไม่จบ
ยังคิดถึงเพื่อนๆทุกคนเสมอ ปพ,ACS55 September 03 ขั้นตอนรักแท้การที่จะรักใครสักคน...
ไม่จำเป็นต้องไปหาเหตุผลว่า ทำไมจึงไปรักได้..แต่ให้รู้ไว้ว่า ทุกวันนี้รัก..และต้องรัก..ให้ดีที่สุดก้อพอ ++++++++++++++++++++++ การที่จะรักใครสักคน.. ไม่ต้องไปเสียเวลาคิดว่า.. เขาทำอะไรเพื่อเราบ้าง.. แต่ให้มานั่งถามตัวเองดูว่า.. วันนี้ทำอะไรเพื่อคนที่เรารัก หรือยัง??? ++++++++++++++++++++++ การที่จะรักใครสักคน.. ไม่ต้องมัวไประแวงว่า..เขาจะมีใครอื่น นอกเหนือจากเรา..แต่ควรระวังใจ.. ของตัวเองให้เข้มแข็งพอที่จะไม่รับใคร เข้ามาในใจอีก.. ++++++++++++++++++++++ การที่จะรักใครสักคน.. ไม่จำเป็นต้องบอกรัก.. กันทุกวัน.. เพราะการที่คอยห่วงใย กันอยู่เสมอ.. สามารถทดแทนคำว่ารัก ได้ดี.. ++++++++++++++++++++++ การที่จะรักใครสักคน.. เมื่อทะเลาะกัน..คำว่าแพ้หรือชนะ ก้อไม่สำคัญ.. จึงยอมให้เป็นฝ่ายชนะเสมอ.. ถ้าทำให้เขาสบายใจ.. ++++++++++++++++++++++ การที่จะรักใครสักคน ไม่จำเป็น.. ต้องตัวติดกัน.. ตลอดเวลา..แค่มีเขา.. อยู่ในใจตลอดเวลา.. .....ก้อพอ..... ++++++++++++++++++++++ การที่จะรักใครสักคน.. ไม่ควรพยามเปลี่ยนแปลง.. ตัวเขา.. แต่ควรพยามปรับตัวเอง ให้เข้ากับเขาจะดีก่า.. ++++++++++++++++++++++ ค.รักสอนให้ได้เรียนรู้.. ในหลาย ๆ สิ่ง.. ค.รักทำให้เป็นมนุษย์.. ที่สมบูรณ์แบบ.. ค.รักเป็นบทเรียนดี ๆ ... ที่ไม่อาจเข้าใจได้ถ่องแท้.. ถ้าไม่ได้สัมผัสด้วยตัวเอง.. ++++++++++++++++++++++ นี่คือสิ่งที่ได้เรียนรู้.. จากการที่ได้รัก..ใครสักคน.. |
|
|